ไม่ว่าใครๆก็อยากขาวทั้งนั้นใช่ไหมล่ะค่ะ ไม่งั่นคงไม่มีที่นี้หรอก โดยเฉพาะสาวๆ ที่ชอบความขาวอยู่แล้วนี่ยิ่งใช่เลย วันนี้วันดีเลยมาบอกวิธีการที่จะทำให้ผิวเราขาวได้ง่ายๆด้วยตัวเราเองค่ะ เทคนิคไม่อยากเลย มาดูกัน อ่านไห้จบนะค่ะ ^^
เคล็กลับวิธีทำให้ผิวขาวด้วย 12 วิธีง่ายๆ
1.การขัดผิว การขัดผิวเป็นวิธีแรกที่สาวๆหนุ่มควรขัดอยู่แล้วค่ะ ไม่ว่าจะขัดสิ่งสกปรกและผิวที่ตายแล้วไห้ออกจากตัวเราไป ควรขัดทุกวันแต่ไม่ควรเอาหินมาขัดนะค่ะเพราะเห็นหลายๆคนถามว่าใช้หินขัดได้ไหม ขัดได้ค่ะแต่ผิวเราจะแห้งก็จะก่อไห้เกิดผิวไวต่อแสงได้ค่ะ ควรใช้อะไรก็ได้ ผ้าก็ได้ หรือจะหาซื้อตามท้องตบาดก็ได้ค่ะ อุปกรณ์สำหรับขัดผิวมีมากมาย ขัดเพื่ออะไร ? หลักๆแล้วขัดเพื่อผิวที่ตายแล้วไห้หลุดออกไปค่ะ แล้วไห้ผิวที่พร้อมเกิดขึ้นมาทดแทนค่ะ
2. เอเอชเอ หรือกรดผลไม้ มีขายทั่วไปตามคลินิกเสริมความงามหรือร้านขายยาทั่วไป ใช้สำหรับทาบนใบหน้าสัปดาห์ละ 2 ครั้งเพื่อกระตุ้นให้เซลล์ผิวเก่าหลุดลอกออกมา เป็น วิธีทําให้ผิวขาว เผยผิวใหม่ที่ขาวผ่อง แต่การใช้เอเอชเอนี้ ต้องดูแลและระวังเรื่องการออกแดด เพราะผิวคุณจะบางลงและไวต่อแดดมากกว่าเดิม
3.น้ำนม อันนี้ก็ใช้ได้ค่ะ อ่างน้ำนมก็ไม่มีแล้วจะลงไปแช่ที่ไหน ไม่จำเป็นต้องมีอ่างค่ะ ขอแค่มีนมนใจืดก็ได้ค่ะซื้อมาแค่ 2-3 กล่องแล้วก็นำมาทาตามผิวกายของเรา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีก็ล้างออก แค่นี้ก็ OK แล้วค่ะ
4.ผลไม้ที่มีลดเปรี้ยว ช่วยในการขัดขี้ไค ได้เป็นอย่างดี อาจจะเป็นมะขามเปรียกที่มีลดเปรี้ยวก็ได้ นำมาขัดทุกวันๆ ก็จะทำไห้ขี้ไค ออกเองค่ะ
5. ครีมบำรุงเพื่อผิวขาว ควรใช้ครีมบำรุงที่มีไวท์เทนนิ่งเพื่อผิวขาวในตอนเย็น และทาซ้ำก่อนนอนเพื่อเสริมประสิทธิภาพของครีมบำรุงให้บำรุงอย่างต่อเนื่อง ส่วนตอนกลางวันให้ทาไวท์เทนนิ่งเพียงบาง ๆ แล้วตามด้วยครีมกันแดด หรือจะใช้ไวท์เทนนิ่งที่มีส่วนผสมของสารป้องกันแสงแดดก็ได้ แต่หากสาว ๆ คนไหน อยู่ติดบ้าน ไม่ได้ออกไปเผชิญแสงแดดเลย ใช้ไวท์เทนนิ่งตัวเดียว ทาวันละ 2-3 ครั้งก็เอาอยู่แล้วจ้า
6.ครีมกันแดดเป็นสิ่งที่สาวๆควรมีติดกระเป๋าอยู่แล้วค่ะ เพราะเวลาที่เราจะเจอกับแสงแดดแรงๆเราก็ควรทาทิ้งไว้ก่อนอย่างน้อง 10-30 นาทีค่อยออกไปลุยแดด ค่ะ
7. ทานอาหารให้เหมาะสม โดยให้มีผักและผลไม้ในอัตราส่วนครึ่งต่อครึ่งทุกมื้อ เพราะผักผลไม้เป็นอาหารที่ย่อยง่าย ช่วยเรื่องของการขับถ่าย และยังมีแอนตี้อ็อกซิแดนซ์ที่ทำให้ผิวสวยกระชับอีกด้วย ซึ่งเมื่อร่างกายขับถ่ายตามปกติแล้ว หน้าตาผิวพรรณก็จะสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
8. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายจะช่วยขับเหงื่อไคล และสิ่งสกปรกใต้ผิวรวมถึงสารพิษออกมา ซึ่งจะทำให้ผิวดูสว่างสดใสขึ้น ยิ่งออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ก็ยิ่งทำให้ผิวสดใสอยู่ตลอดเวลา แถมการออกกำลังกายยังช่วยลดการอุดตันของสิ่งสกปรกใต้ผิว ทำให้ไม่มีสิวอีกด้วย
9.วิตามินซี เพื่อผิวสวยหาซื้อตามร้านขายยาก็ได้ค่ะ กินตามที่ร้านเขาแนะนำก็ได้ แต่สำหรับใครที่ไม่มีกะตังก็ ผลไม้ส้มเขียวหวานก็ช่วยได้เช่นกันค่ะ ^^
10.การอบไอน้ำผิว สำคัญเหมือนกันค่ะ เพราะการอบไอน้ำจะช่วยในเรื่องทำไห้ผิวเรากำจัดสิ่งสกปรกที่อยู่ตามรูขุมขนของเราออกมาได้ค่ะ
11. เมคอัพช่วยได้ ใช้ครีมรองพื้นและแป้งที่สว่างกว่าผิวจริง 1 ระดับสี และหลังจากแต่งหน้าแล้วให้นำพู่กันแตะแป้งกลิตเตอร์ประกายมุกปัดบริเวณหน้าผากและโหนกแก้ม ก็จะช่วยให้หน้าดูสว่างใสขึ้นได้เยอะเลยทีเดียว
12. สารพัดสูตรพอกหน้า นอกจากการขัดผิวแล้ว สาว ๆ ที่อยากมีผิวขาวสุขภาพดีควรพอกหน้า รวมถึงผิวกายให้ได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยสูตรผิวขาวที่สามารถทำเองได้จากวัตถุดิบในบ้านนั้นก็มีมากมาย ที่สำคัญยังเห็นผลชัดอีกด้วยหากทำอย่างต่อเนื่อง และสูตร วิธีทําให้ผิวขาว ที่หยิบยกมาฝากกัน มีดังนี้
วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
วิตามิน C จากธรรมชาติช่วยไห้ผิวดีผิวขาวผิวใส
วิตามิน C จากธรรมชาติช่วยไห้ผิวดีผิวขาวผิวใส วิตามิน c ที่สกัดจากธรรมชาติ มีคุณสมบัติที่ทำไห้ผิวเราสวย เราขาวทั้งนั้น เพราะวิตามิน c จากธรรมชาติมีสารสกัด ประเถท ไบโอเฟลวานอยส์ อยู่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูบอิสระได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวและยังทำให้วิตามิน C ไม่ถูกทำลายโดย
ออกซิเจนผลไม้ที่มีไบโอเฟลวานอยด์มากคือ มะนาว
องุ่น ส้มโอ เชอรี่ พลัม เป็นต้น
นอกจากนี้วิตามิน C ยังมีส่วนช่วยทำให้ผิวกระจ่างใสอีกด้วย ครีมบางชนิดจึงเอาส่วนผสมเหล่านี้ล่ะค่ะมาเสริมสร้างเป็นครีมมาเราไห้ทากัน ชนั้นการที่จะเลือกใช้ครีมก็ควรดูด้วยว่าถ้าหากมี ส่วนผสมของวิตามิน c อยู่ก็ซื้อไม่ต้องลังเลเลยล่ะกัน อิอิ เพราะวิตามิน C จะช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียน โลหิตของผิว เมื่อเซลล์ผิวได้รับสารอาหารมากก็จะทำงานได้ดีขึ้น ผิวจะดูมีสุขภาพดี และเรียบเนียน วิตามินซียังช่วยต้านการเกิดเม็ดสีเมลามิน ซึ่งเป็นต้นเหตุของ การเกิดฝ้าและลดเลือนจุดด่างดำ นอกจากนี้วิตามิน C ยังช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในเซลล์ ลดการเกิดแผลเป็น ทำให้ผิวแน่น ยืดหยุ่นดีขึ้น และยังป้องกันการแตกของเส้นเลือดฝอยที่บริเวณผิวหนังได้อีกด้วยค่ะ ปัจจุบันจึงมีนวัตกรรมใหม่ๆ ทำให้เกิดส่วนผสมทรงประสิทธิภาพจากธรรมชาติเช่น สารสกัดบริสุทธิ์จากมะนาวที่อุดมด้วยวิตามินซี และ โมเลกุล จากสนสกัด สโนว์ไพน์ ไวท์ซอร์ส ซึ่งให้ประสิทธิภาพความกระจ่างใส มากกว่าวิตามินซีถึง 10 เท่าทำให้ช่วยบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึกยิ่งขึ้
สำหรับใครที่ต้องการจากธรรมชาติเลยก็ลองผลส้มค่ะ อะจะบดละเอียดให้เป็นน้ำแล้วนำมาดื่มก็ได้ค่ะ หรือจะลอง ทาผิวเลยก็ได้แต่ไม่ควรทามากจนเกินไปเพราะจะทำให้สารมันเยอะอาจเกิดผลตามมาค่ะ แนะนำให้ดื่มดีกว่าค่ะ
การที่เราจะได้รับสารวิตามิน C นี้ ควรทำอย่างใร ?
1.แดดตอนเช้าๆเลยค่ะแดดอ่อนๆ พอเหมาะ นั้นแหละค่ะรับไปเต็มๆเลยวิตามิน C เลยทีเดียว
2.อาจจะเป็นยาจำพวกวิตามิน C ที่หาได้ตามร้านขายยาค่ะและสอบถามด้วยว่าควรดื่มแบบใหนยังไงเพราะ บางชนิดอาจมีความเข้มข้นสูงอาจเกิดส่งผลเสียให้เราได้ ค่ะ
3.ผลส้มเขียวหวาน หาซื้อได้ตามท้องตลอดค่ะ อาจจะดื่มน้ำส้มก็ช่วยได้เหมือนกัน แต่อย่าดื่มน้ำอัดลมนะค่ะ ไม่ไช่ว่าดื่มน้ำส้ม ขอแค่เป็นน้ำส้ม อันนี้ไม่ไช่ค่ะควรดูด้วยการที่จะเลือกซื้ออะไรเพื่อผลดีต่อเรา อิอิ !!!
นอกจากนี้วิตามิน C ยังมีส่วนช่วยทำให้ผิวกระจ่างใสอีกด้วย ครีมบางชนิดจึงเอาส่วนผสมเหล่านี้ล่ะค่ะมาเสริมสร้างเป็นครีมมาเราไห้ทากัน ชนั้นการที่จะเลือกใช้ครีมก็ควรดูด้วยว่าถ้าหากมี ส่วนผสมของวิตามิน c อยู่ก็ซื้อไม่ต้องลังเลเลยล่ะกัน อิอิ เพราะวิตามิน C จะช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียน โลหิตของผิว เมื่อเซลล์ผิวได้รับสารอาหารมากก็จะทำงานได้ดีขึ้น ผิวจะดูมีสุขภาพดี และเรียบเนียน วิตามินซียังช่วยต้านการเกิดเม็ดสีเมลามิน ซึ่งเป็นต้นเหตุของ การเกิดฝ้าและลดเลือนจุดด่างดำ นอกจากนี้วิตามิน C ยังช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในเซลล์ ลดการเกิดแผลเป็น ทำให้ผิวแน่น ยืดหยุ่นดีขึ้น และยังป้องกันการแตกของเส้นเลือดฝอยที่บริเวณผิวหนังได้อีกด้วยค่ะ ปัจจุบันจึงมีนวัตกรรมใหม่ๆ ทำให้เกิดส่วนผสมทรงประสิทธิภาพจากธรรมชาติเช่น สารสกัดบริสุทธิ์จากมะนาวที่อุดมด้วยวิตามินซี และ โมเลกุล จากสนสกัด สโนว์ไพน์ ไวท์ซอร์ส ซึ่งให้ประสิทธิภาพความกระจ่างใส มากกว่าวิตามินซีถึง 10 เท่าทำให้ช่วยบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึกยิ่งขึ้
สำหรับใครที่ต้องการจากธรรมชาติเลยก็ลองผลส้มค่ะ อะจะบดละเอียดให้เป็นน้ำแล้วนำมาดื่มก็ได้ค่ะ หรือจะลอง ทาผิวเลยก็ได้แต่ไม่ควรทามากจนเกินไปเพราะจะทำให้สารมันเยอะอาจเกิดผลตามมาค่ะ แนะนำให้ดื่มดีกว่าค่ะ
การที่เราจะได้รับสารวิตามิน C นี้ ควรทำอย่างใร ?
1.แดดตอนเช้าๆเลยค่ะแดดอ่อนๆ พอเหมาะ นั้นแหละค่ะรับไปเต็มๆเลยวิตามิน C เลยทีเดียว
2.อาจจะเป็นยาจำพวกวิตามิน C ที่หาได้ตามร้านขายยาค่ะและสอบถามด้วยว่าควรดื่มแบบใหนยังไงเพราะ บางชนิดอาจมีความเข้มข้นสูงอาจเกิดส่งผลเสียให้เราได้ ค่ะ
3.ผลส้มเขียวหวาน หาซื้อได้ตามท้องตลอดค่ะ อาจจะดื่มน้ำส้มก็ช่วยได้เหมือนกัน แต่อย่าดื่มน้ำอัดลมนะค่ะ ไม่ไช่ว่าดื่มน้ำส้ม ขอแค่เป็นน้ำส้ม อันนี้ไม่ไช่ค่ะควรดูด้วยการที่จะเลือกซื้ออะไรเพื่อผลดีต่อเรา อิอิ !!!
หมดปัญหาเมื่อเผชิญกับแสงแดดมาคืนผิวสวยกันเถอะ
หมดปัญหาเมื่อเผชิญกับแสงแดดมาคืนผิวสวยกันเถอะ หลายคนเจอปัญหาเมื่อเจอกับแสงแดดสิ่งที่ตามมาก็คือผิวคล้ำเสียค่ะ เป็นปัญหาให้สาวๆต้องอารมณ์เสียเป็นอย่างยิ่ง วันนี้จะมาบอกเคล็ดลับวิธีที่จะคืนผิวที่ เสียไปแล้วกลับคืนมาขาวเหมือนเดิมง่ายๆค่ะ
- ทำให้ผิวเย็นลง เมื่อเริ่มรู้สึกว่ามีอาการผิวหนังเริ่มลอก ให้พยายามทำให้ผิวหนังเย็นลง ใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆ หนาๆ ที่แช่เย็นหรือชุบน้ำเย็นประคบ ตรงบริเวณที่โดนแดดเผา เพื่อให้อุณหภูมิของผิวหนังในบริเวณนั้นกลับมาเป็นปกติ แต่อย่าเช็ดหรือถูผิวแรงๆนะคะ เพราะนั่นยิ่งจะทำให้ ผิวหนังลอกออกไปมากขึ้น
- โยเกิร์ตพอกหน้า ในโยเกิร์ตมีสารอาหารที่จะช่วยให้ผิวที่อ่อนล้ากลับมาแข็งแรง ยิ่งถ้าตากแดดจนหน้าลอก ต้องทาโยเกิร์ตทุกวันจนกว่าผิวจะหาย แสบร้อนนะคะ
- ทาไวท์เทนนิ่งครีม หลังจากที่สภาพผิวดีขึ้นจากอาการลอก และแสบร้อนแล้ว ให้บำรุงผิวด้วยไวท์เทนนิ่งครีมเพราะไวท์เทนนิ่งครีมจะช่วยบำรุง ฟื้นฟูผิวและลดเลือดจุดด่างดำที่เกิดจากแสงแดดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้ผิวของเรากลับมากระจ่างใสอีกครั้งค่ะ
- ทานอาหารที่เป็นประโยชน์กับผิว โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามิน A B C E และเบตาแคโรทีน เช่น แตงกวา มะเขือเทศ ว่านหางจระเข้ มะนาวซึ่งจะ ช่วยฟื้นฟูความสดใสให้ผิวได้
- ดื่มน้ำเยอะๆ อย่างน้อยๆวันล่ะ 8-10 แก้ว ควรเป็นน้ำดื่มที่สะอาดหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำจำพวก น้ำอัดลมหรือกาแฟนะค่ะ
- หมั่นขัดผิวค่ะ เพื่อขัดผิวที่ตายแล้วหรือผิวที่มันโดดแสงแดดทำลายนั้นแหละค่ะ ขัดออกส่ะ หลังจากนั้นผิวใหม่ๆจะขึ้นมาทดแทนเอง หลังจากนี้ก็สวยเลยค่ะ อิอิ
นอกจากนี้การดูแลผิวตามขั้นตอนด้วยบนแล้วก็ควรจะหลีกเลี่ยงการตากแดดแรงๆกันหน่อยนะค่ะ ไม่ก็ควรพกครีมกันแดดติดตัวไว้ด้วย หลักการธาครีมก็ควรจะรอครีมให้แห้งก่อนค่อยลุยกับแสงแดดไม่ไช่ว่าทาแล้วลุยเลย จะทำไห้เนื้อครีมยังไม่ซึมซับกับผิวค่ะ แล้วจะละลายออกมาพร้อมกับเหงื่อนั่นเอง สรุปหลังจากทำตามด้านบนแล้ว เลือกใช้ครีมกันแดดที่เหมาะสมทาทิ้งไว้ประมาณ 10-30 นาทีก่อนจะเจอกับแสงแดด หรือเมื่อรู้สึกว่าเนื้อครีมซึบซับเข้าไปในเนื้อผิวแล้ว แค่นี้ผิวเราก็จะขาวอยู่ตลอดเวลาไม่ต้องกังวลกันอีกแล้วค่ะ ^^
ทําอย่างไรให้อ่อนกว่าวัย 10 วิธีง่ายๆ คลิกเข้ามาดูค่ะ !!!
ทําอย่างไรให้หน้าอ่อนกว่าวัย มีคำตอบค่ะแค่ปฏิบัติตาม ขอเกริ่นก่อนค่ะ ทุกวันนี้อายุเป็นเพียงตัวเลข แต่ประโยขนี้คงไม่เหมาะกับคนที่กำลังจะเข้าไปสู่วัยแม่ยายนะค่ะ อิอิ
วันนี้จะมาบอกเคล็ดลับพิเศษสำหรับคนที่หน้ากำลังอยากน่าอ่อนกว่าวัย ด้วย 10 วิธี
1.ใช้ครีมกันแดดทุกครั้ง
หากคุณต้องการออกแดดกลางแจ้งหรือทำกิจกรรมอะใรต่างๆโปรดอย่าลืมครีมกันแดดเป็นอันเด็ดขาด ครีมกันแดดอย่างน้อยๆ SPF อย่างน้อย 15 เพราะรังสียูวีมีผลต่อความแก่ถึง 90% แถมยังทำให้หน้าของคุณดูหมองคล้ำ และทำให้น้ำหล่อเลี้ยงความงามตามธรรมชาติลดลง จนเกิดริ้วรอยได้ในที่สุด
2.เลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพ
การรับประทานอาหารก็จำเป็นค่ะ ถ้าอยากสวยอยากน่าเด็กก็อย่าขี้เกียจที่จะตัดสินใจเลือกทานอาหารดีๆเพื่อสุขภาพควรรับประทานอาหารที่มีสารแอนตี้ออกซิเด้นด้วย ซึ่งมีอยู่ในผักทุกชนิด วิตามินซีอยู่ในส้ม ผลไม้ ผักสีเหลือง วิตามินอีในผักสีเขียวกับถั่ว ซึ่งในอาหารควรอุดมไปด้วย วิตามิน A, C และ E ที่จะช่วยให้คุณมีผิวสวยงาม ส่วนอาหารเสริมไม่มีหลักฐานพิสูจน์ชัดเจนว่าได้ผล 100 เปอร์เซ็นต์
3.ดื่มน้ำทีล่ะมากๆ
ควรดื่มน้ำทีล่ะมากๆอย่างน้อยๆ 8-10 แก้วต่อวันนะค่ะ น้ำดื่มช่วยในการป้องกันผิวแห้ง หลีกเลี่ยงน้ำที่ไม่มีประโยชน์เช่น กาแฟ น้ำที่มีจำพวกอัดลม และน้ำที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอ
4. ใช้มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ทุกวัน
เพราะผู้หญิงที่มีอายุมากไปแล้วจะมีประจำเดือนที่น้อยลง เพราะผิวคุณจะแห้งกว่าผิวตอนที่เป็นประจำเดือน ชนั้นก็ควรใช้มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ทุกวัน และนี่เองจึงเป็นสาเหตุให้สาวที่มีอายุมากๆ ผิวแห้งและดูแก่กว่าผู้ชาย
5. ทาโลชั่นเป็นประจำ
หากไม่ต้องการให้ผิวเหนอะหนะ อาจเลือกประเภทออยฟรี หรือเจลก็ได้แต่สำหรับวัยหมดประจำเดือนต้องใช้แบบที่มีน้ำมันบำรุงมากๆ เท่านั้นค่ะ เพราะประสิทธิภาพในการผลิตน้ำมันตามธรรมชาติของคุณมันได้ลดลงไปแล้ว
6.การออกกำลังกาย
การออกกำลังกายช่วยให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงแล้วยังช่วยให้เราเราผ่อนคลายความเครียด เพราะความเครียดนี่ล่ะค่ะจะทำให้เราแก่เกินวัยอันควร ชนั้นควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
7.ทาครีมกันแดดรอบดวงตา
เพราะรอบดวงตาของเราเป็นบริเวณที่เหี่ยวย่นกว่าบริเวณอื่นๆเพราะตาเรากระพิบตลอดทั้งชีวิต จึงทำให้ผิวบริเวณนั้นมีรอยตีนกาหรือมีรอยเหี่ยวย่นเป็นพิเศษค่ะ
8. ชำระล้างเครื่องสำอางก่อนการล้างหน้า
ด้วยโฟมหรือสบู่ทุกครั้ง ทั้งนี้เพื่อลดปัญหาการอุดตันของเครื่องสำอาง อันจะก่อให้เกิดสิว หรือรอยหมองคล้ำ บนใบหน้าค่ะ
9.งดการสูบบุหรี่
เพราะนอกจากจะทำให้ลมหายใจของคุณไม่สะอาด มีกลิ่นปาก มีคราบฟันแล้ว นิโคตินยังมีผลต่อในการ ลดการไหลเวียนของเลือดที่มาหล่อเลี้ยงบริเวณใบหน้าอีกด้วย สารอาหารต่างๆจะไม่สามารถถูกส่งไปเลี้ยงร่างกายได้อย่างทั่วถึง ทำให้คอลาเจนเกิดการแตกตัว คนที่สูบบุหรี่มาก มักจะเกิดรอยเหี่ยวย่นบริเวณรอบดวงตา และรอบปาก อย่างเห็นได้ชัด
10.ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เข้าช่วย
เช่น ถ้าริ้วรอยตื้นๆ ใช้เลเซอร์เย็นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเป็นระยะ ถ้าริ้วรอยลึกที่หน้าผาก หว่างคิ้วก็ฉีดโบท็อก ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เพราะปัญหาของแต่ละคนย่อมมีวิธีแก้ไขต่างกัน ปัญหาหนังเกินควรผ่าตัดเอาหนังส่วนเกินออก เลเซอร์ไม่เหมาะกับคนทำงานกลางแดด และต้องคำนึงไว้เสมอว่าการรักษาทุกอย่างมีผลข้างเคียง และไม่ได้คงอยู่ถาวรตลอดไป
วันนี้จะมาบอกเคล็ดลับพิเศษสำหรับคนที่หน้ากำลังอยากน่าอ่อนกว่าวัย ด้วย 10 วิธี
1.ใช้ครีมกันแดดทุกครั้ง
หากคุณต้องการออกแดดกลางแจ้งหรือทำกิจกรรมอะใรต่างๆโปรดอย่าลืมครีมกันแดดเป็นอันเด็ดขาด ครีมกันแดดอย่างน้อยๆ SPF อย่างน้อย 15 เพราะรังสียูวีมีผลต่อความแก่ถึง 90% แถมยังทำให้หน้าของคุณดูหมองคล้ำ และทำให้น้ำหล่อเลี้ยงความงามตามธรรมชาติลดลง จนเกิดริ้วรอยได้ในที่สุด
2.เลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพ
การรับประทานอาหารก็จำเป็นค่ะ ถ้าอยากสวยอยากน่าเด็กก็อย่าขี้เกียจที่จะตัดสินใจเลือกทานอาหารดีๆเพื่อสุขภาพควรรับประทานอาหารที่มีสารแอนตี้ออกซิเด้นด้วย ซึ่งมีอยู่ในผักทุกชนิด วิตามินซีอยู่ในส้ม ผลไม้ ผักสีเหลือง วิตามินอีในผักสีเขียวกับถั่ว ซึ่งในอาหารควรอุดมไปด้วย วิตามิน A, C และ E ที่จะช่วยให้คุณมีผิวสวยงาม ส่วนอาหารเสริมไม่มีหลักฐานพิสูจน์ชัดเจนว่าได้ผล 100 เปอร์เซ็นต์
3.ดื่มน้ำทีล่ะมากๆ
ควรดื่มน้ำทีล่ะมากๆอย่างน้อยๆ 8-10 แก้วต่อวันนะค่ะ น้ำดื่มช่วยในการป้องกันผิวแห้ง หลีกเลี่ยงน้ำที่ไม่มีประโยชน์เช่น กาแฟ น้ำที่มีจำพวกอัดลม และน้ำที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอ
4. ใช้มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ทุกวัน
เพราะผู้หญิงที่มีอายุมากไปแล้วจะมีประจำเดือนที่น้อยลง เพราะผิวคุณจะแห้งกว่าผิวตอนที่เป็นประจำเดือน ชนั้นก็ควรใช้มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ทุกวัน และนี่เองจึงเป็นสาเหตุให้สาวที่มีอายุมากๆ ผิวแห้งและดูแก่กว่าผู้ชาย
5. ทาโลชั่นเป็นประจำ
หากไม่ต้องการให้ผิวเหนอะหนะ อาจเลือกประเภทออยฟรี หรือเจลก็ได้แต่สำหรับวัยหมดประจำเดือนต้องใช้แบบที่มีน้ำมันบำรุงมากๆ เท่านั้นค่ะ เพราะประสิทธิภาพในการผลิตน้ำมันตามธรรมชาติของคุณมันได้ลดลงไปแล้ว
6.การออกกำลังกาย
การออกกำลังกายช่วยให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงแล้วยังช่วยให้เราเราผ่อนคลายความเครียด เพราะความเครียดนี่ล่ะค่ะจะทำให้เราแก่เกินวัยอันควร ชนั้นควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
7.ทาครีมกันแดดรอบดวงตา
เพราะรอบดวงตาของเราเป็นบริเวณที่เหี่ยวย่นกว่าบริเวณอื่นๆเพราะตาเรากระพิบตลอดทั้งชีวิต จึงทำให้ผิวบริเวณนั้นมีรอยตีนกาหรือมีรอยเหี่ยวย่นเป็นพิเศษค่ะ
8. ชำระล้างเครื่องสำอางก่อนการล้างหน้า
ด้วยโฟมหรือสบู่ทุกครั้ง ทั้งนี้เพื่อลดปัญหาการอุดตันของเครื่องสำอาง อันจะก่อให้เกิดสิว หรือรอยหมองคล้ำ บนใบหน้าค่ะ
9.งดการสูบบุหรี่
เพราะนอกจากจะทำให้ลมหายใจของคุณไม่สะอาด มีกลิ่นปาก มีคราบฟันแล้ว นิโคตินยังมีผลต่อในการ ลดการไหลเวียนของเลือดที่มาหล่อเลี้ยงบริเวณใบหน้าอีกด้วย สารอาหารต่างๆจะไม่สามารถถูกส่งไปเลี้ยงร่างกายได้อย่างทั่วถึง ทำให้คอลาเจนเกิดการแตกตัว คนที่สูบบุหรี่มาก มักจะเกิดรอยเหี่ยวย่นบริเวณรอบดวงตา และรอบปาก อย่างเห็นได้ชัด
10.ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เข้าช่วย
เช่น ถ้าริ้วรอยตื้นๆ ใช้เลเซอร์เย็นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเป็นระยะ ถ้าริ้วรอยลึกที่หน้าผาก หว่างคิ้วก็ฉีดโบท็อก ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เพราะปัญหาของแต่ละคนย่อมมีวิธีแก้ไขต่างกัน ปัญหาหนังเกินควรผ่าตัดเอาหนังส่วนเกินออก เลเซอร์ไม่เหมาะกับคนทำงานกลางแดด และต้องคำนึงไว้เสมอว่าการรักษาทุกอย่างมีผลข้างเคียง และไม่ได้คงอยู่ถาวรตลอดไป
ริ้วรอยเกิดจากอะไร
เมื่อคุณมีอายุมากขึ้นสิ่งที่ตามหลังคำว่าแกก็คือ ริ้วรอยซึ่งเป็นปกติของวัยมวลมนุษณ์แต่บางคนอาจมีการแก่ที่เกินก่อนวัยอันควร เนื่องจากหลายๆปัจจัยไม่ว่าจะเป็นการกระทำหรือเกิดจากสิ่งแวดล้อมที่คุณๆไม่รู้กัน วันนี้จะมาบอกสาเหตุของการเกิดริ้วรอย เมื่อรู้จักสาเหตุของการเกิดริ้วรอยแล้วคุณก็สามารถหลีกเลี่ยงด้วยตัวคุณเองค่ะ
ประเภทที่ 3 ริ้วรอยแถม คือ ริ้วเล็กๆ จำนวนมาก ทำให้ดูเหมือนผิวไม่เรียบเนียน พวกนี้ไม่ใช่ริ้วรอยถาวร เกิดจากผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื่น เมื่อทาครีมบำรุงอย่างต่อเนื่องจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รอยพวกนี้ไม่เกี่ยวกับคอลลาเจนเลย
สาเหตุของการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร
1.สาเหตุจากวัยอายุ
มันเป็นความจริงซึ่งเมื่อเราอายุมากขึ้นแล้วร่างกายคนเรามันก็ไม่ไหวที่จะไปต่อกับความรู้สึกเรา เมื่ออายุมากขึ้นผิวพรรณอันเป็นสังขารก็ย่อมล่วงโรยตามวันเวลาที่มากขึ้นเป็นธรรมดา อย่างไรก็ตามมีการศึกษาการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าของผู้หญิง พบว่าจะแตกต่างกันตามวัยที่เพิ่มขึ้นดังนี้
ปลายอายุ 20 คุณจะรู้สึกว่ามีริ้วรอยบางๆแต่ตรงนี้ไม่ต้องเป็นห่วง มันทำให้คุณน่ารักไปอีกแบบ อิอิ
ต้นอายุ 30 จากที่เคยเป็นริ้วรอยบางๆที่ออกเป็นเส้นน่ารักๆ ก็จะเริ่มชัดขึ้นมากจนผิดสังเกตุ จึงทำให้รู้สึกว่าเราเริ่มแก่
ปลายอายุ 30 รอยเหี่ยวย่นรอบดวงตา หน้าผาก และหว่างคิ้วเพิ่มมากขึ้น รอยเหี่ยวย่นรอบริมฝีปาก รอยเหี่ยวใต้ตา และร่องแก้มหย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วงของโลก
เมื่อคุณมีอายุ 40 ขึ้นไป คุณก็ควรจะพร้อมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะทุกสิ่งทุกอย่าง มันก็เป็นไปตามวัยเรานั่นเอง
2 ปริมาณสารคอลลาเจนที่อยู่ใต้ผิว โดยปกติผิวหน้าคุณเต่งตึงสวยงามอยู่ได้ เพราะสารคอลลาเจนที่อยู่ใต้ผิว ฉะนั้นเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง หรือความสมบูรณ์ของคอลลาเจนเสื่อมลง ริ้วรอยย่อมเกิดขึ้น แต่เกิดช้าๆ ทีละน้อย เริ่มจากรอยเล็กๆ บางๆ จนแทบมองไม่เห็นหรือมองข้ามไป มารู้ตัวอีกทีก็เป็นรอยลึกเสียแล้ว ซึ่งในแต่ละคน แต่ละเชื้อชาติล้วนมีต้นทุนคอลลาเจนแตกต่างกัน ส่วนคนเอเซียอย่างเรา แม้คอลลาเจนไม่แข็งแรงเท่าคนผิวดำ แต่ดีกว่าฝรั่งเยอะ เปรียบเทียบคนไทยกับฝรั่งที่อายุเท่ากันจะเห็นว่าคนไทยสาว ใส ดูดีกว่ามาก
3 สภาวะแวดล้อม และวิถีชีวิต สภาวะแวดล้อม และวิถีชีวิตก็มีส่วนในการเกิดริ้วรอยด้วยเช่นกัน แพทย์ผิวหนังจึงแนะนำวิธีดูคุณภาพผิวที่แท้จริงด้วยการเปรียบเทียบระหว่างผิวที่ใบหน้ากับผิวที่ก้น ถ้าผิวที่หน้ามีริ้วรอยมากมาย ในขณะที่ก้นยังเต่งตึงอยู่ละก็ แสดงว่าพื้นฐานผิวคุณดี ปัจจัยภาพนอกเป็นตัวการทำลายคอลลาเจน และก่อให้เกิดริ้วรอย เช่น แสงแดด สูบบุหรี่จัด การที่น้ำหนักขึ้นๆ ลงๆ เป็นต้น
4 แสงแดด เจ้าตัวนี้แหล่ะค่ะ ที่สามารถทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรได้ เป็นสิ่งที่เราควรหลีกเลี่ยงและควรป้องกันเป็นอย่างยิ่ง รังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดถือเป็นศัตรูตัวฉกาจที่กระตุ้นให้ผิวสร้างอนุมูลอิสระ และทำลายอีลาสตินกับคอลลาเจนในผิวหนังให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น ซึ่งเจ้ามารร้ายอัลตราไวโอเลตนี้มีพี่น้องร่วมท้อง 2 ชนิด รังสีผู้พี่คือ อัตราไวโอเลตเอ (ชื่อเล่นคือ UVA) โดย UVA จะค่อยๆทำให้ผิวเสื่อมสภาพโดยที่เราไม่รู้ตัวว่ากำลังถูก UVA ทำลายความแข็งแรงของอีลาสติน หรือคอลลาเจนอยู่ สาวๆ ออฟฟิศที่ทำงานในห้องแอร์เย็นฉ่ำไม่ทาครีมกันแดด หารู้ไม่ว่า UVA สามารถทะลุผ่านกระจกเข้าไปทำลายคุณได้ตั้งแต่เช้าจรดเย็น
มารู้จักสาเหตุของการเกิดริ้วรอยกันเถอะ มาๆ
ประเภทของการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าแบ่งออก เป็น 3 ประเภทดังนี้
ประเภทที่ 1 ริ้วรอยที่คุณควรรับได้ ซึ่งประเภทนี้เกิดจากวัยอายุของคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นรอบตีนกา รอยย่นบนแก้มที่เกิดจากการยิ้ม จะทำให้คุณดูโอบอ้อนอารี
ประเภทที่ 2 ริ้วรอยที่ไม่ควรรับได้ ริ้วรอยที่เกิดจากความเครียดจากพฤติกรรมแปลกๆ ของคุณเอง ซึ่งจะเกิด รอยตีกา ถุงใต้ตา หน้าผากย่น ซึ่งจะดูแกกว่าวัยอายุจริง
สาเหตุของการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร
1.สาเหตุจากวัยอายุ
มันเป็นความจริงซึ่งเมื่อเราอายุมากขึ้นแล้วร่างกายคนเรามันก็ไม่ไหวที่จะไปต่อกับความรู้สึกเรา เมื่ออายุมากขึ้นผิวพรรณอันเป็นสังขารก็ย่อมล่วงโรยตามวันเวลาที่มากขึ้นเป็นธรรมดา อย่างไรก็ตามมีการศึกษาการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าของผู้หญิง พบว่าจะแตกต่างกันตามวัยที่เพิ่มขึ้นดังนี้
ปลายอายุ 20 คุณจะรู้สึกว่ามีริ้วรอยบางๆแต่ตรงนี้ไม่ต้องเป็นห่วง มันทำให้คุณน่ารักไปอีกแบบ อิอิ
ต้นอายุ 30 จากที่เคยเป็นริ้วรอยบางๆที่ออกเป็นเส้นน่ารักๆ ก็จะเริ่มชัดขึ้นมากจนผิดสังเกตุ จึงทำให้รู้สึกว่าเราเริ่มแก่
ปลายอายุ 30 รอยเหี่ยวย่นรอบดวงตา หน้าผาก และหว่างคิ้วเพิ่มมากขึ้น รอยเหี่ยวย่นรอบริมฝีปาก รอยเหี่ยวใต้ตา และร่องแก้มหย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วงของโลก
เมื่อคุณมีอายุ 40 ขึ้นไป คุณก็ควรจะพร้อมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะทุกสิ่งทุกอย่าง มันก็เป็นไปตามวัยเรานั่นเอง
2 ปริมาณสารคอลลาเจนที่อยู่ใต้ผิว โดยปกติผิวหน้าคุณเต่งตึงสวยงามอยู่ได้ เพราะสารคอลลาเจนที่อยู่ใต้ผิว ฉะนั้นเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง หรือความสมบูรณ์ของคอลลาเจนเสื่อมลง ริ้วรอยย่อมเกิดขึ้น แต่เกิดช้าๆ ทีละน้อย เริ่มจากรอยเล็กๆ บางๆ จนแทบมองไม่เห็นหรือมองข้ามไป มารู้ตัวอีกทีก็เป็นรอยลึกเสียแล้ว ซึ่งในแต่ละคน แต่ละเชื้อชาติล้วนมีต้นทุนคอลลาเจนแตกต่างกัน ส่วนคนเอเซียอย่างเรา แม้คอลลาเจนไม่แข็งแรงเท่าคนผิวดำ แต่ดีกว่าฝรั่งเยอะ เปรียบเทียบคนไทยกับฝรั่งที่อายุเท่ากันจะเห็นว่าคนไทยสาว ใส ดูดีกว่ามาก
3 สภาวะแวดล้อม และวิถีชีวิต สภาวะแวดล้อม และวิถีชีวิตก็มีส่วนในการเกิดริ้วรอยด้วยเช่นกัน แพทย์ผิวหนังจึงแนะนำวิธีดูคุณภาพผิวที่แท้จริงด้วยการเปรียบเทียบระหว่างผิวที่ใบหน้ากับผิวที่ก้น ถ้าผิวที่หน้ามีริ้วรอยมากมาย ในขณะที่ก้นยังเต่งตึงอยู่ละก็ แสดงว่าพื้นฐานผิวคุณดี ปัจจัยภาพนอกเป็นตัวการทำลายคอลลาเจน และก่อให้เกิดริ้วรอย เช่น แสงแดด สูบบุหรี่จัด การที่น้ำหนักขึ้นๆ ลงๆ เป็นต้น
4 แสงแดด เจ้าตัวนี้แหล่ะค่ะ ที่สามารถทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรได้ เป็นสิ่งที่เราควรหลีกเลี่ยงและควรป้องกันเป็นอย่างยิ่ง รังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดถือเป็นศัตรูตัวฉกาจที่กระตุ้นให้ผิวสร้างอนุมูลอิสระ และทำลายอีลาสตินกับคอลลาเจนในผิวหนังให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น ซึ่งเจ้ามารร้ายอัลตราไวโอเลตนี้มีพี่น้องร่วมท้อง 2 ชนิด รังสีผู้พี่คือ อัตราไวโอเลตเอ (ชื่อเล่นคือ UVA) โดย UVA จะค่อยๆทำให้ผิวเสื่อมสภาพโดยที่เราไม่รู้ตัวว่ากำลังถูก UVA ทำลายความแข็งแรงของอีลาสติน หรือคอลลาเจนอยู่ สาวๆ ออฟฟิศที่ทำงานในห้องแอร์เย็นฉ่ำไม่ทาครีมกันแดด หารู้ไม่ว่า UVA สามารถทะลุผ่านกระจกเข้าไปทำลายคุณได้ตั้งแต่เช้าจรดเย็น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




